คำว่า One Night Stand เป็นเรื่องที่ผู้ชายส่วนใหญ่เฝ้าถวิลหา แต่ก็เป็นเสมือนยาพิษเคลือบช็อกโกแลตสำหรับฝ่ายหญิงอย่างคุณ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำผิดศีลธรรมด้วยการไปยุ่งกับผู้ชายที่มีเจ้าของอยู่แล้วก็ตาม นั่นเป็นเพราะเจ้าปฏิกิริยาทางเคมีตัวปัญหาประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Endorphin-Bond หรือเคมีสื่อรักทางกาย ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ชายหญิงมีความสัมพันธ์ทางกายต่อกัน และผู้หญิงบางคน ก็รู้ได้โดยสัญชาติญาณว่า หากมีความลึกซึ้งทางกายกับผู้ชายไม่ว่าจะเป็นใครแล้วล่ะก็ ความทรงจำในค่ำคืนดังกล่าว จะฝังอยู่ในระดับเซลล์ (Cellular Memory) ไปตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่เลยทีเดียว นั่นทำให้พวกเธอเกิดความยับยั้งชั่งใจในระดับหนึ่ง ไม่สามารถที่จะปล่อยตัวปล่อยใจไป ‘ทำแต้ม’ได้ง่ายดายเหมือนที่ผู้ชายทำ เพราะถึงแม้ความปรารถนาของพวกเธอจะร้อนผ่าวจนครั่นเนื้อครั่นตัวสักแค่ไหนก็ตาม พวกเธอก็คงไม่อยากให้ตัวเองต้องมาถูกหลอกหลอนในภายหลังด้วยใบหน้าของบุรุษเพศทุกคนที่เคยร่วมรักด้วยหรอก ก็แล้วในเมื่อความต้องการทางกายเป็นธรรมชาติที่ยากจะฝืน แต่ว่ายังต้องเต็มตื้นอยู่กับความขัดแย้งทางใจเช่นนี้ จะทำอย่างไรดีล่ะ? …….หากว่าคุณเป็นผู้หญิงร้อนแรงอย่างที่กล่าวมา และสามารถละวางอคติลงได้สักนิด เราก็มีทางออกสำหรับเรื่องนี้มาฝากกัน อันเป็นเทคนิคที่รู้กันดี ในหมู่สาวๆตามสถานบริการ (ผับบาร์/ คาราโอเกะ/ อาบ อบ นวด) แต่ไม่มีใครขอพูดถึง

ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจธรรมชาติทางจิตของผู้หญิงเรากันก่อนค่ะ นั่นคือ โดยธรรมชาติแล้ว นอกจากด้านที่อ่อนไหวและอ่อนโยน พวกผู้หญิงเราก็ยังมีด้านที่รักสนุกและชอบเรื่องตื่นเต้นอยู่ด้วย แต่สังคมส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสังคมไทยและตะวันออกกลาง มักจะกดดันเราด้วยขนบธรรมเนียมดั้งเดิม จนทำให้เราต้องพยายามกดข่มตัวตนดังกล่าวเอาไว้ ไม่ใช่เพราะว่าเรา‘กลัว’หรอกค่ะ แต่อยากจะใช้คำว่า ‘เกรงใจ’มากกว่า เพราะเราไม่ได้เกิดมาตัวคนเดียว แถมเรายังมักจะชอบกังวลว่าผู้อื่นจะคิดยังไงกับเรา เราจึงเกรงใจคนรอบข้าง และที่สำคัญคือ เราแคร์คนที่เรารักมากๆ อยากให้พวกเขาภูมิใจในตัวเรา เมื่อพวกเขาภูมิใจในตัวเราแล้ว เราจึงเกิดความรู้สึกภูมิใจในตัวเองตามมาทีหลัง

 

1. จดจ่ออยู่ที่ผลลัพธ์

ทัศนคติผู้หญิงทำงานกลางคืน ต่อบรรดาแขกที่ไปใช้บริการ ซึ่งในอีกด้านหนึ่ง พวกเธอจดจ่ออยู่ที่จุดสุดยอดของฝ่ายชาย เพื่อให้จบๆกันไป นอกจากนี้ พวกเธอก็จะไม่ยอมให้บรรดาแขกเหล่านั้นจูบที่ปากหรือ French Kiss กับเธอ ไม่ใช่ว่าพวกเธอกลัวติดโรคจากแขกหรืออะไรทำนองนั้น หากแต่สำหรับพวกเธอแล้ว เรือนร่างอาจจะมีเอาไว้ใช้หาเลี้ยงชีพ พวกเธอจึงยอมขายแลกเงินให้ได้ แต่การจูบโดยเฉพาะ French Kiss นั้น มันเป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ด้วยความรักหรือ Act of Love ซึ่งพวกเธอยินดีเต็มใจ จะทำกับคนที่เป็น ‘ตัวจริง’ หรือคนที่พวกเธอมอบหัวใจให้เท่านั้น หากคุณจำเป็นต้องตอบสนองความอยากของร่างกาย นั่นเป็นเรื่องที่สมควรทำแล้ว เหมือนเวลาที่ร่างกายมันหิว ถ้าเราจะปล่อยให้มันอด ก็เป็นการฝืนธรรมชาติ ดังนั้น หากนานๆครั้งคุณจะปลดปล่อยความอยากทางร่างกายและเพศสัมพันธ์บ้าง ก็ขอให้คุณจดจ่ออยู่ที่ผลลัพธ์ของมัน นั่นคือการถึงจุดสุดยอดของคุณเอง ไม่ต้องไปใส่ใจรายละเอียดหรือลีลา

2. อย่ารู้สึกละอาย

คุณไม่จำเป็นต้องละอาย ตราบใดที่คุณเห็นมันเป็นแค่การสนองความต้องการทางร่างกายเท่านั้นจริงๆ ด้านผู้หญิงที่ทำงานกลางคืน พวกเธอออกจะภูมิใจในตัวเองด้วยซ้ำว่า พวกเธอหาเลี้ยงชีพโดยสุจริต ไม่ได้ไปทำให้ใครเขาหย่าร้างกัน เพราะพอเสร็จกิจแล้ว ก็เลิกรากันไป ไม่มีการแลกเบอร์ ถึงจะมีก็พอเป็นพิธีการ ต่อให้โทรมาพวกเธอก็จะปฏิเสธในการสานสัมพันธ์ไป  ไม่ได้หมายความว่าให้คุณฝึกเป็นคนที่ไร้ยางอาย แต่ความละอายใจอันเกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืนกับผู้ชาย จะส่งผลทางจิตวิทยาแบบเดียวกับความรู้สึกผิด นั่นคือ มันจะคอยทำให้คุณทบทวนกิจกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลังจากที่มันผ่านไปแล้ว จนคิดไปคิดมา คุณจะพาลอยากกลับไปเจอหน้าเขาอีก ก่อเกิดเป็นเยื่อใยทำให้ลืมมันไม่ได้สักที จำเอาไว้ว่า

3. อย่ารู้สึกผิด

ความรู้สึกผิด อยู่คู่กับจิตใจของผู้หญิงส่วนใหญ่มาตั้งแต่เกิด แม้แต่ผู้หญิงบางคน อยู่ดีๆก็รู้สึกผิดได้โดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ ยิ่งการที่คุณมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ ต่อให้มีกับผู้ชายคนเดียวก็เถอะ คุณยังอาจรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงไม่ดีเลย แล้วนับประสาอะไรกับความรู้สึกผิดที่มันจะเล่นงานคุณ เมื่อคุณไปมีความสัมพันธ์ทางกายกับผู้ชายมากหน้าหลายตา ที่จริงแล้วเหตุผลของมันก็คือ มันเป็นเพียงกลไกปกป้องตัวเองทางจิตขงตัวเราเอง เราเชื่ออยู่ลึกๆว่าถ้าเรารู้สึกผิดแล้วล่ะก็ จะถือได้ว่าเราเป็นคนดี และจะได้ไม่ต้องกังวลถึงผลที่จะตามมา แต่ข้อเท็จจริงก็คือว่า ยิ่งคุณทำอะไรแล้วรู้สึกผิดมากเท่าไร จิตใต้สำนึกของคุณก็จะยิ่งหลงใหลในการกระทำนั้นมากขึ้นๆ มันเป็นเหมือนดั่งว่าคุณได้กินผลไม้ต้องห้าม (Forbidden Fruit) จิตใต้สำนึกคุณจะคอยบังคับให้คุณคิดวนเวียนอยู่แต่กิจกรรมที่คุณได้ทำไป แต่ครั้นพอคิดถึงมันขึ้นมา คุณก็จะพาลไปคิดถึงกลิ่นกาย รสสัมผัส รวมถึงใบหน้าของคนที่คุณร่วมรักด้วยมากขึ้นไปอีก

4. เลือกให้ดี

ไม่ได้ให้เลือกที่หน้าตาเป็นหลัก เพราะยิ่งหน้าตาของฝ่ายชายดูดีเท่าไร ไฟราคะอาจจะดับไปหลังจากผ่านค่ำคืนนั้นไปแล้ว แต่ไฟเสน่หาจะเข้ามาแทนที่ หน้าตาจึงถือเป็นผลพลอยได้ แต่คุณต้องเลือกผู้ชายที่มั่นใจได้ว่านิสัยดี คุยกันให้รู้เรื่องคร่าวๆก่อน ผู้หญิงอย่างเราๆยอมให้คนที่ไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อนเลย ได้เห็นหรือสัมผัสเรือนร่างของเรา ขอเพียงเราเชื่อว่า จะไม่ได้พบเจอคนเหล่านั้น หรือมาพูดจาให้เราเสื่อมเสียอีกภายหลัง ดังนั้นยิ่งผู้ชายคนนั้นอยู่ห่างไกลจากวงสังคมของคุณเท่าไรยิ่งดี ไม่เช่นนั้น ผู้ชายคนนั้นอาจจะตามมาหลอกหลอนคุณเองแบบตัวเป็นๆ ทั้งๆที่คุณอาจไม่ได้เชื้อเชิญเลย ถึงตอนนั้นถ้าเขาเป็นคนนิสัยดี ก็อาจจะพอคบกันเป็นตัวเป็นตนได้ แต่ถ้ามาประเภทแมงดาแล้วล่ะก็ คุณอาจจะต้องรอให้เขาเบื่อคุณก่อน หรือไม่ก็ต้องย้ายที่อยู่หนีกันเลยทีเดียว

 

ขอสรุปเพิ่มเติม ณ ตรงนี้ว่า เราจะรู้สึกดีกับการมีความสัมพันธ์ทางกายกับชายใดๆ ได้โดยไม่ยึดติดผูกพันธ์ ด้วยการเข้าใจว่ามันเป็นเพียงปฏิสัมพันธ์ทางกายระหว่างมนุษย์เท่านั้น การกระทำใดๆนั้น มีใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ทุกคนต่างก็เห็นพ้องกันดีในจุดนั้น ดังนั้นหากใครจะมีรสนิยมแบบ Play Girl รักสนุกและหาความสุขใส่ตัว แต่ไม่ได้ทำไปด้วยความขาดสติหรือคึกคะนอง รวมถึงมีเหตุผลมาหักล้างเพื่อความชอบธรรมในการกระทำของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง การกระทำนั้นๆย่อมเป็นที่ยอมรับได้ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น พูดง่ายๆว่า การจะปล่อยวางอะไรๆให้ผ่านพ้นไป มันก็ง่ายไปหมด ถ้าคุณแน่ใจว่าผลของมัน จะไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน โดยเฉพาะตัวคุณเองนะคะ

บทความนี้จัดทำโดยบริษัทจัดหาคู่ NadDate Exclusive บริษัทหาคู่มาตรฐาน USA ที่ทำหน้าที่จัดหาคู่และ NadDate Online สื่อกลางสำหรับคนวัยทำงานคุณภาพ เพื่อค้นหาเพื่อน  หาแฟน หาคู่ด้วยตัวเอง

edit @ 5 Aug 2011 11:39:40 by NadDateFanClub

บทความนี้นำเสนอ เรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ปากให้เกิดประโยชน์ หรือจะเกิดโทษได้อย่างไร ในแต่ละช่วงของความสัมพันธ์เพราะเรื่องของการรักษาและประคับประคองความรักให้ยั่งยืนยาวนาน ก็ ด้วยการ ‘พูดคุย’  แบ่งเป็นช่วงๆ

ช่วงโปรโมชั่น

 ‘ช่วงโปรโมชั่น’ของความสัมพันธ์รักหลายท่านๆคงเคยได้ยินมาแล้ว  ว่าใครๆก็มักเข้าใจว่าช่วงนี้น่ะ แม้แต่ตดของคู่เดทยังหอมเลย (อุ๊ย…เปรียบเทียบตรงไปมั้ยเคอะเนี่ย?) เอาเป็นว่าคงไม่ต้องไปพิสูจน์อะไรจริงจังตามนั้นมาก ก็คงจะเห็นตรงกันอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี จะมีสักกี่คน ที่มีสติพอที่จะยั้งปาก ไม่ให้เผลอไผลไปพูดอะไร ที่อาจจะย้อนศรดั่งบูมเมอแรง มาแว้งกัดตัวเองในช่วงต่อๆไปของความสัมพันธ์ได้ เพราะจากข้อมูลสถิติที่ผ่านมา หลายๆคู่เดทต้องเลิกรากันไปภายในไม่กี่สัปดาห์หรือ 2-3 เดือนแรกหลังจากตกลงปลงใจเป็นแฟนกัน ก็ด้วยสาเหตุจากความปากมันส์ของทั้งคู่ ที่พูดอะไรออกมาแต่ละคำ คิดเพียงแต่จะทำให้อีกฝ่ายเห็นข้อดีของตัวเอง พร้อมด้วยคำมั่นสัญญาต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน แต่เอาเข้าจริงๆพอเวลาผ่านไป กับทำไม่ได้อย่างที่พูด ทีนี้ปัญหามันก็ยุ่งตายน่ะสิ เพราะตอนที่คุณเอาแต่พูดๆๆๆ คุณไม่ได้จำ แต่คนฟังเค้าไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์นี่นา เค้าก็เลยจำได้แม่น จนเกิดอาการเคืองแค้นนิดๆ เพราะคาดหวังผิดไปหน่อย ไม่คิดว่าสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาทั้งหมด จะเป็นเพียงลม‘….’(เติมคำเอาเองนะจ๊ะ) ที่ผ่านมาแล้วล่องลอยไปแค่นั้นเอง

ช่วงราบเรียบ (ไซด์เวย์)

หากเกิดปัญหาความขัดแย้งผิดใจขึ้นเพียงเล็กน้อยในระยะนี้ ทั้งคู่ควรตั้งสติดีๆ แล้วหันหน้าปรับความเข้าใจ ทำ Reality Check กันใหม่ก่อนที่จะเริ่มเดินหน้ากันต่อไป จำเอาไว้ว่าถ้าไม่พูดเปิดใจกันในช่วงนี้แล้ว อีกหน่อยก็คงจะเข้าตำรา ‘It’s now or never’ พูดซะ เมื่อยังมีโอกาส  เพราะระยะนี้ความสัมพันธ์ จะเริ่มอยู่ตัว หากเปรียบเป็นตลาดหุ้น ก็เหมือนช่วงไซด์เวย์  คืออาจจะมีขึ้นๆลง ups and downs บ้างเป็นระยะๆ แต่จะยังไม่ค่อยมีแรงปะทะจั๋งหนับให้เกิดดราม่ามากมายเท่าไร แต่ยังไงก็ตาม เนื่องจากความระแคะระคายสงสัยในจริงใจของแต่ละฝ่าย อันเกิดจากความ‘ผิดหวัง’หรือไม่เป็นไปดังคาดจากช่วงโปรโมชั่น เลยเกิดความขุ่นเคืองเล็กๆน้อยๆที่ยังคอยรบกวนใจอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น

ช่วงเกิดรอยร้าว

อันเกิดจากการขาดการสื่อสารที่ดีและเปิดอก ทำให้ปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นและเป็นอะไรที่ เริ่ม‘ไม่ไหวจะเคลียร์’แล้ว เพราะทั้ง 2 ฝ่ายเอาแต่เก็บเอาน้ำพิษแห่งความขุ่นเคืองไว้ในใจ ไม่ไปให้มันไหลออกมาบ้าง ก็มีแต่จะทำให้เรื่องจุกๆจิก ยิบๆย่อยๆ ตกค้างเป็นตะกอนก้อนใหญ่ ทำให้ทั้งคู่ห่างเหินกันทางอารมณ์มากขึ้นๆทุกวินาที เกิดเป็นออร่าแห่งความกดดันให้ทั้งฝ่าย ทุกครั้งที่อยู่ใกล้กัน ในที่สุดก็จะเครียดและไม่อยากเจอหน้ากัน ค่อยๆผลักดันตัวเองให้ห่างไกลออกไป โดย(แอบ)สร้างสถานการณ์ที่ทำให้จะได้ไม่ต้องมาเจอกัน หรือใช้ชีวิตทำกิจกรรมอะไรร่วมกันอีก จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ทีนี้ก็กลายเป็นสันดาน เอ๊ย! เป็นนิสัยของคนทั้งคู่ ที่มักจะหยิบเอาเรื่องระหว่างคน 2 คน ออกไป‘พูดปรึกษา’กับมือที่สาม ซึ่งนอกจากจะยิ่งทำให้เลวร้ายลงไปอีก ยังมีผลกระทบต่อความเคารพและวางใจซึ่งกันและกันอีกด้วย

ช่วงแตกหัก

จากการไม่พูดคุยกันในช่วงที่ผ่านๆมา จะกลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างรู้สึกปฏิปักษ์ เป็น ‘อริ’ต่อกันโดยอัตโนมัติ ใครทำอะไรนิดหน่อย ก็ผิดหูผิดตาไปหมด (แค่หายใจก็ผิดแล้ว!) ถึงช่วงนี้แล้ว ถ้ายังมีความรักแท้ต่อกันอยู่จริง การพูดคุยแบบเปิดอก จะเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดเลยเชียว เพราะอาจจะกอบกู้สถานการณ์ความตึงเครียด ให้กลับมารักใคร่กลมเกลียวกันแน่นแฟ้นกว่าเดิม แต่ถ้าปากไม่ดี มัวแต่ยกเอาคำปรึกษาของใครต่อใคร(มือที่สาม)มาตะโกนใส่กันแล้วล่ะก็ ความผูกพันต่อกันเคยมากแค่ไหน ก็ดูเหมือนจะช่วยไม่ได้ซะแล้ว เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าความสัมพันธ์กำลังถูกผ่าแบ่งออกเป็นสอง จากที่เคยมีหัวใจเดียวกัน กลายเป็นคำว่า ‘นี่คือฉัน นั่นมันใครกัน(ฟระ)ที่นอนอยู่ข้างๆ?’ ก็เลยจะเริ่มมีการแยกตัวออกห่าง อาจถึงขั้นย้ายที่อยู่ออกไปอยู่กันคนละที่ หรือยังอยู่ด้วยกัน แต่หันมาแยกเตียง (กับโซฟา)

ช่วงอาฟเตอร์ช๊อค

ถ้าทั้งคู่แยกตัวกันออกมาแล้วล่ะก็ เป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้เวลาทบทวนเงียบๆคนเดียว ว่าจริงๆแล้วที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จุดบอดมันเริ่มจากตรงไหน แต่ที่ต้องเลิกคิดไปเลยก็คือประเด็นที่ว่า ‘ใครเป็นฝ่ายผิด’ เพราะมันไม่สำคัญเลยจริงๆ เมื่อตั้งสติได้ดีแล้ว จึงกดโทรศัพท์ไป และพูดความในใจทั้งหมดของคุณออกไป ไม่ว่าจะเป็นใคร หากลองมีเยื่อใยต่อกันและอีกฝ่ายโทรมาง้อเช่นนี้ ก็ต้องใจอ่อนอ่อนใจด้วยกันทั้งนั้น แต่หากทิฏฐิรุนแรงด้วยกันทั้งคู่ เมื่อแต่นั่งจ้องดูว่าเมื่อไรอีกฝ่ายจะโทรหรือติดต่อกลับมาก่อน ก็ต้องขอบอกฟันธงไว้เลยว่า ความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่ ได้จบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แล้ว ก็ต้องเลิกรากันสถานเดียว

เห็นไหมล่ะว่า การไม่ใช้ปากให้เป็นประโยชน์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนกว่าจะถึงตอนจบของความสัมพันธ์นั้น จะก่อให้เกิด Butterfly Effect หรือปฏิกิริยาลูกโซ่ เข้าตำราน้ำผึ้งหยดเดียว ก็ทำให้ชีวิตห่อเหี่ยวได้ร้ายแรงแค่ไหน 

บทความนี้จัดทำโดยบริษัทจัดหาคู่ NadDate Exclusive บริษัทหาคู่มาตรฐาน USA ที่ทำหน้าที่จัดหาคู่และ NadDate Online สื่อกลางสำหรับคนวัยทำงานคุณภาพ เพื่อค้นหาเพื่อน หาแฟน หาคู่ด้วยตัวเอง

ทุกข์ ของมือที่สาม

posted on 20 Jul 2011 15:08 by naddatefanclub

ใครที่เป็นอยู่หรือใครที่คิดจะเป็นก็ไตร่ตรองให้ดี ก่อนจะถลำตัวหรือยอมเป็นมือที่สาม ไม่ว่าจะเป็น สถานะ กิ๊ก  ชู้ หรือ เมียน้อย เพราะมิฉะนั้นก็จะต้องประสบแต่ความทุกข์ มีอะไรบ้าง เอามาฝากกัน

ได้แต่รอเวลาที่เหลือจากอีกฝ่าย

ปฎิเสธไม่ได้ว่า การมาทีหลัง การมาแทรกตรงกลางความสัมพันธ์ของคนที่เขาเป็นคู่กันอยู่แล้วนั้น เวลาที่อีกฝ่ายสามารถมาหาคุณได้นั้น  คือเวลาที่เหลือจากคนของเขาเท่านั้น เป็นเวลาไม่แน่นอน ไม่ยาวนาน คุณทำได้แค่รอคอยเพียงอย่างเดียว ความสุขเพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราวตอนอยู่ด้วยกัน คงเทียบไม่ได้กับความทุกข์ของการรอคอยหรอกนะครับ

ต้องคอยระวังตัวเวลาไปไหนด้วยกัน

เวลาไปไหนด้วยกัน อาจต้องมีการนัดแนะเพื่อจะเจอกัน เพราะอีกฝ่ายต้องไม่ต้องการเจอคนรู้จัก เลวร้ายกว่านั้นคือ ในกรณีที่โลกกลม คุณอาจบังเอิญไปเจอกับตัวจริงของเขาเข้า  นอกจากนี้ ต้องระวังว่าอาจจะโดนตัวจริง ตรงเข้ามาทำร้ายมือที่สามมากกว่าตบตีตัวปัญหาซะอีก หรือกรณีที่อีกฝ่ายรับรู้และเกิดอาการเคียดแค้นคุณขึ้นมา เรียกได้ว่าคุณคงมีชีวิตอยู่อย่างไม่เป็นสุขต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา

จะพาไปเปิดตัวกับใครไม่ได้

คุณคงไม่สามารถจะพาเขาไปเปิดตัวกับใครได้ เพราะในใจคุณเองก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายมีเจ้าของแล้ว หรือต่อให้เขาพาคุณไปเปิดตัวกับบรรดาเพื่อนๆ คุณก็คงไม่รอดพ้นสายตาดูถูกจากบรรดาเพื่อนฝูงหรือคนรู้จักของเขาแน่นอน  ซ้ำร้ายกว่านั้นคือแต่งงานแต่งการเป็นเรื่องเป็นราว

หมดสิทธิเรียกร้องอะไร

นอกจากเรื่องเวลาแล้ว  เรื่องอื่นๆ ต่างๆ ที่คุณจะเรียกร้องจากอีกฝ่ายคงไม่ได้มากมายเกินกว่าตัวจริงของเขาที่ครอบครองอยู่ บางคนที่หลงเป็นเหยื่อหรือตกอยู่ใต้คำสัญญาเพียงลมปากจากอีกฝ่าย บางครั้งนอกจากเรื่องของร่างกายที่คุณต้องเสียให้เขาแล้ว ในบางกรณียังเสียเงินเสียทองให้ฝ่ายชายอีกต่างหาก

ความทุกข์ของการเป็นมือที่สาม อย่างไรก็ยังคงเป็นความทุกข์ ไม่ว่าการตกอยู่ในสภาพมือที่สามนั้นจะมีสาเหตุมาจากรูปแบบไหน  ถ้าคุณอยู่ในประเภทเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัวนั้น ความผิดคงตกอยู่กับคนที่มาหลอกคุณ  แต่เมื่อคุณรู้แล้วคราวนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวคุณเองว่าคุณจะไปต่อหรือคุณจะหยุดความสัมพันธ์นั้น  สิ่งที่ควรระวังคือเรื่องของเวรกรรม และถ้าเขามีคนอื่นได้ (คือคุณเอง) สักวันเขาก็สามารถทิ้งคุณได้เหมือนกัน

 

บทความนี้จัดทำโดยบริษัทจัดหาคู่ NadDate Exclusive บริษัทหาคู่มาตรฐาน USA ที่ทำหน้าที่จัดหาคู่และ NadDate Online สื่อกลางสำหรับคนวัยทำงานคุณภาพ เพื่อค้นหาเพื่อน หาแฟน หาคู่ด้วยตัวเอง